หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เศรษฐกิจไทยแย่เกือบบ๊วย ไม่ได้ดีขึ้นจริง  (อ่าน 6 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 ม.ค. 19, 17:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

นายกฯ แถลงในรายการคืนวันศุกร์ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตมากขึ้น แต่แท้จริงแล้ว ประชาชนรู้สึกไม่ได้ จนธนาคารโลกต้องออกมากระตุ้นรัฐบาลไทยลดความเหลื่อมล้ำ ไทยเรามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจนับแต่นี้ไป รองบ๊วยในอาเซียน ระวังเศรษฐกิจทรุดกระทันหัน!

สืบเนื่องมาจากนายกรัฐมนตรี ได้พูดในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562 เวลา 20.15 น. ท่านกล่าวว่า ". . .ธนาคารโลกได้แสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตแข็งแรงอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2 ปี ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญก็คือการเติบโตจากความต้องการสินค้าและบริการภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐ. . ."(https://bit.ly/2Sa6Aaf) ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) คาดว่านายกฯ คงจะได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จึงขอนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจน ดังนี้:


1. เศรษฐกิจไทยในปี 2561 เติบโตด้วยตัวเลข GDP ที่สูงขึ้นจริง แต่อยู่ในลักษณะ "รวยกระจุก จนกระจาย" ในรายงานของธนาคารโลกที่นายกฯ อ้างถึง ยังชี้ให้เห็นว่าไทยต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ได้ โดยระบุว่าคนไทยไม่ถึง 40% ที่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นจริง แต่ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านต่างรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งกัมพูชา มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียถึง 50%-70%




2. จากข้อมูลของ IMF ระบุว่า ประเทศไทยเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 8 นับจาก 10 อันดับในอาเซียน แพ้ทุกประเทศ ยกเว้นสิงคโปร์และบรูไน ในช่วงระหว่างปี 2558-2561 คือหลังรัฐประหารปี 2557 เป็นต้นมา และนับแต่ปี 2562-2565 อัตราการเจริญเติบโตของไทย จะหล่นลงไปสู่อันดับที่ 9 ชนะแค่สิงคโปร์ ที่เป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในอาเซียน ซึ่งแม้จะมีอัตราการเติบโตที่น้อยกว่าไทย แต่ก็ถือว่ามหาศาล https://bit.ly/2DCRyzt) ; ดังนั้นคำแถลงของนายกฯ จึงแทบไม่มีความหมายเลยเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทยในอนาคตที่จะเติบโตเกือบต่ำสุดในอาเซียน

3. ที่นายกฯ แถลงว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยเกิดจากความต้องการสินค้าและบริการภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐ ก็เท่ากับเป็นภาวะ "อัฐยายซื้อขนมยาย" เข้าจากระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา ไม่ได้เกิดจาการที่เราสามารถนำเงินตราเข้าประเทศได้มากจากการส่งออก การพึ่งพิงกำลังซื้อภายในเป็นหลัก คงจะทำให้เศรษฐกิจไม่แข็งแกร่งจีนอย่างที่เข้าใจผิด

ดังนั้น ส่วนราชการ สถาบันการเงิน นักพัฒนาที่ดิน นักลงทุน กระทั่งประชาชนทั่วไปจึงควรสังวรเป็นพิเศษ หากทุ่มลงทุนไปอาจทำให้เสียโอกาสได้
ที่มา : https://bit.ly/2TgrwJX
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม