หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทำไมพนักงานบริษัท ต้องทำประกันสังคม  (อ่าน 15552 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 ส.ค. 12, 18:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สงสัยครับ สงสัยมานานแล้วเหมือนกัน แต่พอดีว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสวัสดิการเลย ตั้งกระทู้นี้มาเพื่อขอคำอธิบายเกี่ยวกับประกันสังคม เมื่อได้ทราบข้อมูลพื้นฐานแล้วก็ขอเชิญชวนท่านมาร่วมถกกันเกี่ยวกับประกันสังคมนี่แหละ เอาให้ชัดเจน ละเอียดกันไปเลยครับ

เช่น
- จุดมุ่งหมายของประกัน จริงๆแล้วคืออะไร
- เราจำเป็นต้องทำปกส.มั้ย(กฎหมายบังคับหรือเปล่า) แล้วมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
- รายจ่ายที่ส่งให้ปกส. คุ้มค้าแค่ไหนกับสวัสดิการที่ครอบคลุม
...และหัวข้ออื่นๆอีกมากมาย เปิดเสรีทางความคิดกันอย่างเต็มที่

เรียนเชิญทุกท่านครับ

จากคุณ: Nemesis pantip.com

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จินตนา
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 09:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โดยส่วนตัวดิฉันคิดว่า จุดมุ่งหมายของรัฐบาลเพื่อให้เป็นหลักประกันคุณภาพของประชาชน เมื่อยามแก่ชรา และเจ็บป่วย แต่ทุกครั้งที่ดิฉันเจ็บป่วยก็ต้องไปหาหมอที่คลินิคเสียเงินเอง เพราะบริการของสถานพยาบาลห่วยมาก เนื่องจากเราใช้สิทธิประกันสังคม จึงอยากให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาดูแลและใส่ใจเรื่องนี้ด้วย และอยากให้ปรับความสมัครใจในการเสียประกันสังคม เพราะดิฉันเงินเดือน แค่ 15000 แต่ต้องจ่ายประกันสังคม 750 บาท ซึ่งมอกว่ามันเยอะไปคะ ถ้าดิฉันเงินเดือนสัก30000 ดิฉันจะไม่บ่นเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พนักงานบริษัท
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 10:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยค่ะ น่าจะให้พนักงานเลือกตามความสมัครใจ ส่วนตัวไม่เห็นอยากจะจ่ายประกันสังคมเลย เพราะสิทธิ์ของประกันสังคมแต่ละอย่างไม่เห็นดียังไง เจ็บป่วยก็ไม่ได้หาหมอประกันสังคมอยู่แล้ว เพราะบริการไม่ดีและหมอก็ไม่ใช่เฉพาะทาง ในที่สุดก็ต้องไปจ่ายเงินหาหมอเอง และเงินออมแต่ละอย่างเราก็สามารถเก็บเองได้ ไม่เห็นความจำเป็นต้องมาให้ช่วยออมให้เลย เห็นเพื่อนๆพนักงานด้วยกันยบ่นและด่าเรื่องจ่ายประกันสังคมกันทุกคน เพราะไม่มีใครอยากจ่าย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ใส่ใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 11:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำหรับ อีกหนึ่ง ความคิดนะค่ะ

เพราะ จาก ประสบการณ์ ที่ได้ จ่าย และ ใช้สิทธิประกันสังคม ของรัฐ

ถือว่ามีประโยชน์ และคุ้มค่ามากค่ะ ไม่ว่าจะเจ็บป่วย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร หรือทันตกรรม ก็เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่เราสามารถใช้สิทธิ กันได้ และ ถ้ามอง ระหว่าง ทาง ก็จะมี กรณี ว่างงาน ถ้า เผื่อ คนไหน เกิดตกงาน โดยไม่คาดคิด ก็จะมีเงิน ก้อนนี้ ช่วยเล็กน้อย และถ้ามอง ระยะยาว ถ้าเรา ครบ 55 เรา ก็ จะมี เงิน ออม คำนวน เล่น ๆ แต่ ละคน ที่ส่งเงินประกัน สังคม ตามกำหนดเวลา จะมีเงินออม ตกคน ละ ไม่ตำกว่าแสน เลยนะค่ะ ถ้าไม่คิดว่าเงินก้อนนี้ น้อน เกิน ไป เราสามารถเก็บไว้ ใช้ยามชราได้นะค่ะ

ประโยชน์ มีมากมาย อยู่ที่เรามากกว่า จะรักษาสิทธิ และ ใช้ประโยชน์ ในรูปแบบไหน

ขอบคุณค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มี่
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชอบกระทู้ที่3จังเลยค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
name
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 13:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกมุมนึง...
ประกันสังคมเป็นแค่องค์กรของรัฐ รัฐบาลออกกฎหมายให้เก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อสำรองเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับพนักงานรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ ทั้งหมดมันแปลว่ารัฐบาลบังคับให้เราจ่าย rate นี้โดยไม่ถามว่าเราอยากจ่ายหรือเปล่า แล้วบังคับให้เราไปรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐโดยไม่เต็มใจ ทั้งๆที่โรงพยาบาลรัฐบาลมีหน้าที่รับใช้คนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมอยู่แล้วซึ่งมีอยู่มากมายหลายล้านคน ทำให้เราซึ่งเสียเงินเดือนละหลายร้อยบาทต้องไป share บริการจากโรงพยาบาลรัฐบาลกับคนเหล่านี้ ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่ามันอนาถาขนาดไหน แถมยังได้ยาราคาถูกๆ ซึ่งกินแล้วก็ใช่ว่าจะหาย
เงินที่เก็บเราไปกับคุณภาพการรักษามันสวนทางกัน นอกจากจะเจ็บหนัก ผ่าตัดใหญ่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารัฐจะจ่ายให้ทั้งหมดหรือเปล่าด้วย สรุปว่ามันแย่น่ะ แย่มากๆ เพราะคุณภาพมันห่วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผมไม่รู้ ผมเมา
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 13:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลายท่านที่มีสิทธิในประกันสังคม มักจะมีปัญหากับทางโรงพยาบาล ในเรื่อง การจ่ายยาที่ไม่ได้คุณภาพ หรือได้รับการปฏิบัติจากทางโรงพยาบาลไม่ดี แล้วก็มาโทษว่าประกันสังคมมันห่วย ไม่ได้เรื่อง

ซึ่งในความจริงแล้ว มันเป็นเรื่องของ "จรรยาบรรณ" ของแต่ละโรงพยาบาลครับ ไม่ได้เกี่ยวกับประกันสังคมเลยแม้แต่น้อย เวลาท่านไม่สบายท่านไปไหนครับ ไปสำนักงานประกันสังคมเหรอครับ? หรือว่าไปโรงพยาบาล

โรงพยาบาลที่สมัครเข้ามาร่วมกันประกันสังคมเค้ามีระบบที่จะสามารถมาเบิกเงินกับสำนักงานประกันสังคมได้ ตามจำนวนเคสที่มีผู้มาใช้สิทธิเอาไว้

แล้วทีนี้ สมมติว่า ในเดือนนึงมีผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาลคิดเป็นเงิน 1 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายจริงหล่ะเท่าไหร่? คุณคิดว่าโรงพยาบาลไหนล่ะ จะสปอร์ต จ่ายให้ผู้ป่วย 2 ล้าน แล้วมาเบิกสนง.ประกันสังคม 1 ล้าน คุณคิดว่าจะมีมั๊ยละ หรือเอาง่าย ๆ จ่ายจริง 1 ล้าน เบิก 1 ล้าน คิดว่าจะมีมั๊ย?

สมัยนี้ไม่ว่าองค์กรใด ก็คิดถึงแต่ผลกำไรทั้งนั้นครับ ถ้าทำกำไรเพิ่มไม่ได้ ก็ต้องลดต้นทุน หลักการแค่นี้เอง

เพราะฉะนั้นหากไม่พอใจเรื่องของการให้บริการ จากโรงพยาบาลที่ท่านไป สามารถร้องเรียนไปได้ครับที่ โทร 1506 หรือแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ http://www.sso.go.th ครับ (โทรติดยากหน่อย เพราะวันนึงหลายเคส แต่ละเคสใช้เวลาเคลียร์ไม่ใช่น้อยครับ เห็นใจจนท.บ้างนะครับ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียใส่ หากคอยนาน)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jj/north
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 15:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราทำงานบริษัทเงินเดือนก็น้อยอยู่แล้ว สวัสดิการอะไรก็ไม่มีแถมทำงานหนักนะงานบริษัทเอกชนเนี่ย หนำซ้ำยังโดนหักเงินเดือนแต่ละเดือนอันน้อยนิดแถมยังไม่รู้ชะตาว่าจะทำงานกับบริษัทนี้อีกนานเท่าใด จะโดนหาเรื่องไล่ออกเมื่อไรไม่รู้(เพื่อเคยโดนเพราะบริษัทมันใกล้จะเจ๊ง) ความมั่นคงก็ไม่มี ลองเปรียบเทียบกับพวกรับราชการสวัสดิการดีมีเยอะแยะไปหมดงานบางทีเช้าชามเย็นชาม(เป็นที่เข้าใจ)ความก้าวหน้าของงานมีและมั่นคง
มีอัตราเงินเดือนก้าวหน้าโครงสร้างชัดเจน แต่ที่แน่ไม่โดนหักเงินเดือนเพื่อมาเป็นสวัสดิการรักษาตนเอง ขอให้รัฐเหลียวแลบ้างค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลูกจ้างรัฐบาล
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงค่ะจ่ายเงินตัวเองรักษาตัวเองซึ่งสิทธิ์อื่นๆ มีกองทุนสนับสนุนทั้งนั้นเอาเงินเราไปอุดรูค่ารักษาพยาบาลด้านอื่นเอาไปลงทุนอะไรบ้าง ออมเดือนหนึ่งไม่ใช่น้อย รู้สิทธิอยู่ว่าได้อะไรบ้าง ทำฟัน 600 บาท คลอดบุตรจ่ายเงินสำรองก่อนทุกครั้งที่ฝากท้อง ครั้งหนึ่ง 1000 บาทขึ้นทั่งนั้น ชดเชยให้เราตอนคลอด 15000 บาทคุ้มไหม เหมือนเอาเงินฝากท้องที่จ่ายไปคืนตัวเอง เงินชราภาพ ตามยอดสะสม ซึ้งน้อยนิดเดียว เงินตาย 50000 น้อยอีกเฮ้อเก็บเองจะดีกว่ามั้ย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเคยใช้สิทธิ
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 21:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบความคิดเห็นที่8 กรณีคลอดบุตร ประกันสังคมจ่ายให้13,000 พร้อมกับเงินสงเคราะห์หยุดงานอีกเดือนครึ่ง(เฉพาะผู้ประกันตนหญิง) สงเคราะห์บุตรอีก400 บาทต่อเดือน ถึงบุตร6ขวบ เงินชราภาพตามยอดสะสม เงินเดือนมากก้อได้มาก สมมุติเงินเดือน15,000 บาท ส่งประกันสังคม 5% เท่ากับ750 บาท เงินที่ได้คืนชราภาพ จะได้ 900 บาท ลูกจ้าง3% นายจ้าง3% รวม6% กรณีเสียชีวิต ค่าทำศพ 40,000 กรณีสงเคราะห์ตายถ้าส่งเกิน10ปี ได้5เท่าของเงินเดือน ถ้าไม่ถึง 10 ปี ได้ 1.5 เท่า กรณีลาป่วยไม่สามารถทำงานได้สามารถไปยื่นเบิกเงินทดแทนกรณีขาดรายได้ ได้อีก อยากทราบรายละเอียดไปขอคู่มือได้ที่ประกันสังคม หรือว่าดูข้อมูลได้ที่เว็บไซด์ของประกันสังคมได้เลยนะ เพราะว่าดิฉันได้ศึกษาข้อมูลเรียบร้อยแล้วค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผมก้อข้าราชการคนนึง
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 23:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นใจครับกับความรู้สึกแบบนี้ที่มีของคนทำงานที่ต้องจ่ายประกันสังคม..แต่ กรุณา อย่าเอาสวัสดิการของคนทำงาน ไปเปรียบกันเลยนะครับ มันไม่ได้ประโยชน์ รังแต่จะสร้างความแตกแยกครับ ข้อดีของคนทำประกันสังคมผมว่ามันก้อมีนะ แล้วรู้ได้อย่างไรครับว่าคนรับราชการสวัสดิการดีกว่าคนที่ขึ้นกับ ปกส. การทำงานของแต่ละคน สวัสดิการของแต่ละคน เวลา สถานที่ สถานการณ์ที่พบ ย่อมไม่เหมือนกัน ผมรับราชการ แต่ผมก็เคยเจอบริการแย่ๆของ รพ.รัฐ เช่นกัน ซึ่งผมก็ต้องไปใช้บริการของเอกชน (ใน กทม มีเยอะที่เอกชนรับขึ้นทะเบียน ปกส.)แต่เมื่อใดที่ผมไปใช้บริการของเอกชน ผมก็ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเบิกไม่ได้ ตรงนั้นก็ต้องสูญไป แต่ ประกันสังคมยังมีข้อดีคือ คุณสามารถเลือกสถานบริการที่จะขอขึ้นทะเบียนได้ ดังนั้นถ้าสามารถหาข้อมูลของสถานบริการที่ดี คุณก็จะได้ประโยชน์จากตรงนั้นโดยไม่รู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ...ครับ แต่ถ้าจะเอาสวัสดิการให้เหมือนข้าราชการเลยเนี่ย มีทางเดียวครับ คือต้องสอบมาเป็นข้าราชการให้ได้(แบบไม่ต้องยัดนะครับ)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
tokioman
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 23:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นใจครับกับความรู้สึกแบบนี้ที่มีของคนทำงานที่ต้องจ่ายประกันสังคม..แต่ กรุณา อย่าเอาสวัสดิการของคนทำงาน ไปเปรียบกันเลยนะครับ มันไม่ได้ประโยชน์ รังแต่จะสร้างความแตกแยกครับ ข้อดีของคนทำประกันสังคมผมว่ามันก้อมีนะ แล้วรู้ได้อย่างไรครับว่าคนรับราชการสวัสดิการดีกว่าคนที่ขึ้นกับ ปกส. การทำงานของแต่ละคน สวัสดิการของแต่ละคน เวลา สถานที่ สถานการณ์ที่พบ ย่อมไม่เหมือนกัน ผมรับราชการ แต่ผมก็เคยเจอบริการแย่ๆของ รพ.รัฐ เช่นกัน ซึ่งผมก็ต้องไปใช้บริการของเอกชน (ใน กทม มีเยอะที่เอกชนรับขึ้นทะเบียน ปกส.)แต่เมื่อใดที่ผมไปใช้บริการของเอกชน ผมก็ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเบิกไม่ได้ ตรงนั้นก็ต้องสูญไป แต่ ประกันสังคมยังมีข้อดีคือ คุณสามารถเลือกสถานบริการที่จะขอขึ้นทะเบียนได้ ดังนั้นถ้าสามารถหาข้อมูลของสถานบริการที่ดี คุณก็จะได้ประโยชน์จากตรงนั้นโดยไม่รู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ...ครับ แต่ถ้าจะเอาสวัสดิการให้เหมือนข้าราชการเลยเนี่ย มีทางเดียวครับ คือต้องสอบมาเป็นข้าราชการให้ได้(แบบไม่ต้องยัดนะครับ) q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็กน้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 28 ส.ค. 12, 12:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ ค.ห.10 หรือ 11 เราสงสัยคำว่า "แบบไม่ต้องยัด" แปลว่าอะไรหรือ? คุณเป็นข้าราชการจริงหรือ? เพราะขนาดคำว่าต้องจ่ายเงินเอง คุณยังใช้คำว่าต้องสำรองจ่าย คำว่าสำรองคือเราต้องจ่ายไปก่อนแล้วไปเบิกคืนภายหลัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 29 ส.ค. 12, 12:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เคยใช่สิทธิประกันสังคมโรงบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพรอคิวพบหมอนานมากเกือบเจ็ดชั่วโมงพบหมอเจาะเลือดฟังผลอีกชั่วโมงครึ่ง ไปโรงบาลแปดโมงสี่สิบ กว่าจะได้กลับบ้านเกือบหกโมงเย็น รู้สึกสมเพชและน้อยใจตัวเองมากที่เขาดูแลเราไม่ต่างกับคนไข้อนาถา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาดูแลให้มากกว่านี้ค่ะ ไม่ต้องกับดีเลิศเท่ากับจ่ายเงินสดหรือประกันชีวิตแต่ขอแค่ไปพบหมอแต่ล่ะครั้งรอคิวไม่เกินสามชั่วโมงแล้วได้กลับบ้านแค่นี้ก็ดีใจแล้วค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Jalal
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 07:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Is that relaly all there is to it because that'd be flabbergasting.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Idana
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 14:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Well done article that. I'll make sure to use it wisley.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
วุ่น
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 19 ก.ย. 12, 13:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีทำประกันสังคม เป็นแผลที่บ้าน ไปรักษาที่โรงพยาบาล สำรองจ่ายไปก่อน 2000กว่า แต่ว่าเบิกได้แค่ 300 (ได้ค่าฉุกเฉิน) ยังงี้ไม่รู้ว่าคุ้มหรือเปล่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ส่วน
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 19 ก.ย. 12, 14:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บางครั้งก้อดูเหมือนขาดทุนนะ เราต้องทำประกัน 2 อย่าง q*070
ทั้งประกันสังคมและประกันส่วนตัว
ประกันสังคมสำหรับเหตุเกิดที่ทำงาน
ประกันส่วนตัวสำหรับเหตุทั่วไป แล้วคนที่มีรายได้น้อยจะทำงัย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สมชาย
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 3 ต.ค. 12, 09:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ควรพิจารณาข้อมูลจำนวนเงินกองทุนประกันสังคมแต่ละปีเก็บมาได้เท่าไร ในต่ละปีจ่ายไปเท่าไร หากเห็นแล้วมีเงินกองทุนเหลืออยู่มาก ควรจะกลับมาพิจารณาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ่ายในแต่ละกรณีให้เพิ่มมากกว่านี้ เพื่อให้ผู้ประกันสังคมมีความพอใจ ไม่รู้สึกว่าถูกรัฐเอาเปรียบ นำเงินประกันสังคมของประชาชนไปใช้ทางที่ไม่สมควร ไม่นำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง ของพรรคการเมือง ที่ผิดวัตถุประสงค์ของการประกันสังคม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 21:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน คุณจินตนา
ตอบจากเจ้าหน้าที่ประกันสังคม สำหรับการชำระเงินสมทบของประกันสังคมจะหักเงินสมทบร้อยละ 5 ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ในปี 2555 ตั้งแต่เดือน ก.ค. - ธ.ค. 55 สปส.ได้ปรับลดอัตราเงินสมทบร้อยละ 4 ค่ะ หากท่านเข้า รพ.ตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลหากรักษาไม่ดีหรือให้บริการไม่สุขภาพ ท่านสามารถร้องเรียน รพ.นั้น ๆ ค่ะ สามารถร้องเรียนผ่านเว็บบอร์ดของ สปส. www.sso.go.th ซึ่ง สปส.จะได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปค่ะ
ขอบคุณค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 21:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน คุณพนักงานบริษัท

สำหรับการจ่ายเงินสมทบของ สปส. จะเป็นการเฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข หากท่านไม่ได้รับการบริการที่ดีของรพ.ตามบัตรรับรองสิทธิฯ ท่านสามารถแจ้งรายละเอียดหรือข้อร้องทุกข์ได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.sso.go.th (เว็บบอร์ด) หรือ www.facebook.com/ssofanpage เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงแก้ไข รพ.ในโครงการประกันสังคมต่อไปค่ะ

ขอบคุณค่ะ
__/\__ ^_^

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 21:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน คุณ ใส่ใจ

ตอบกระทู้จากเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ขอบพระคุณสำหรับการโพสต์ข้อความที่ดีๆ ให้กับองค์กร ค่ะ เจ้าหน้าที่เข้าใจในความรู้สึกที่ผู้ประกันตนได้รับจะมีทั้งข้อดี และข้อเสียในเรื่องสิทธิประโยชน์ของที่เข้าระบบประกันสังคม ซึ่งแต่ละคนต่างความคิดในเรื่องนี้ ค่ะ

ขอบคุณค่ะ __/\__ ^_^

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 21:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน คุณ ผมไม่รู้ ผมเมา
ตอบกระทู้จากเจ้าหน้าที่ประกันสังคมค่ะ ขอขอบคุณสำหรับกระทู้ของท่าน ค่ะ ที่ยังมีสิ่งดีๆ ให้กับสำนักงานประกันสังคม

ขอบคุณค่ะ __/\__ ^_^

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 22:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน Khun jj/north
ตอบกระทู้จากเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ค่ะ สำหรับหน่วยงานที่ดูแลลูกจ้าง จะเป็น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หากท่านมีปัญหาเรื่องการเอารัฐเอาเปรียบของนายจ้าง ท่านสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ โทรสายด่วน 1546 ในวันและเวลาราชการ 08.30-16.30 น.ค่ะ

ขอบคุณค่ะ __/\__ ^_^ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 22:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน คุณคนเคยใช้สิทธิ
ตอบกระทู้จากเจ้าหน้าที่ประกันสังคมค่ะ ขอขอบพระคุณที่ช่วยตอบข้อกระทู้ให้กับหน่วยงานสำนักงานประกันสังคม ค่ะ

ขอบคุณค่ะ __/\__ ^_^

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 22:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน kunicecy
ตอบจากเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ค่ะ หากท่านเข้าใช้บริการ รพ.ตามบัตรรับรองสิทธิฯ และไม่ได้รับความสะดวกในการให้บริการหรือให้รอนานเกินควร ท่านสามารถร้องเรียนสถานพยาบาลนั้นได้ โดยแจ้งรายละเอียดที่เข้าใช้บริการ/ชื่อ-สกุล/แผนกที่เข้า เพื่อทำการร้องเรียนสถานพยาบาล พร้อมกันนี้ สปส.จะได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขในการให้บริการที่มีประสิทธิภาพกับผู้ประกันตนต่อไป ค่ะ

ขอบคุณค่ะ __/\__ ^_^

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ถม
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 3 ธ.ค. 12, 16:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บริษัทไม่ทำประกันสังคมให้ทำไงดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จีจ้า
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 13 ธ.ค. 12, 13:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันสังคมกำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปจะต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองลูกจ้าง 7 กรณีคือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร ตายสงเคราะห์บุตร และชราภาพ พร้อมทั้งกรณีว่างงานด้วยค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
วิกานดา
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 16 ธ.ค. 12, 09:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากบริษัทไม่ทำประกันสังคมให้สามารถติดต่อไปยังสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่รับผิดชอบได้เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงบริษัทที่คุณถมทำงาน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 19 ธ.ค. 12, 21:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคุณ วิกานดา จากเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ในกรณีนายจ้างไม่มีการขึ้นทะเบียนประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันส้งคม ปี 2533 ลูกจ้างสามารถแจ้งข้อมูลเพื่อให้สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-12 แห่ง/จังหวัด/สาขา ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ค่ะ โดยเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลพร้อมรายละเอียดที่ลูกจ้างได้แจ้งไว้เป็นความลับ และจะไม่มีผลใด ๆ ต่อผู้แจ้งข้อมูลแต่อย่างใดค่ะ ขอบคุณค่ะ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 19 ธ.ค. 12, 21:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน คุณ วุ่น
ในกรณีผู้ประกันตนไม่ได้เข้ารักษาพยาบาลในรพ.ตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล หากเป็นกรณีฉุกเฉิน กรณีเป็นคนไข้นอก จะเบิกสิทธิได้ดังนี้
1. ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลจ่ายให้ตามจริงตามความจำเป็นพร้อมค่าห้อง ค่าอาหาร เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินวันละ 700 บาท

2. ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน จ่ายให้ดังนี้
กรณีผู้ป่วยนอก (กรณีที่ไม่เข้าโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ)
สามารถเบิกค่าบริการทางการแพทย์ เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,000 บาท
สามารถอ่านรายละเอียด www.sso.go.th ค่ะ q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jinda
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 19 ธ.ค. 12, 21:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียน Khun kunicecy

ในกรณีผู้ประกันตนเข้าใช้บริการรัษาพยาบาลใน รพ.ตามบัตรรับรองสิทธิฯ การเกินกว่า 1-2 ชั่วโมง ท่านจะต้องสอบถามเจ้าหน้าที่แล้วว่าเพราะสาเหตุอะไรจึงทำการรักษาผู้ป่วยช้า หรือหากเห็นว่านานเกินควรท่านสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ q*076

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ppe
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 25 ธ.ค. 12, 21:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กองทุนประกันสังคม : เงินเราเขาเอาไปทำอะไร ?
ตอนที่1 : ข้อเรียกร้องให้เปิดเผยผลการดำเนินงานและแผนการลงทุนของกองทุน

ในประเทศไทยมีกองทุนขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับระบบการออม (Saving System) อยู่ 3 กองทุนครับ คือ

1. กองทุนประกันสังคม (ขออณุญาตเรียกย่อว่า กปส.)
2. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
3. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

ที่จะเน้นเป็นพิเศษคือข้อแรกเนื่องจากสมาชิกของกองทุนประกันสังคม (กปส.) จะถูกบังคับให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก (หรืออีกนัยหนึ่งคือบังคับจ่ายเงินนั่นเอง) โดยมีวัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้างความมั่นคงของสังคมโดยรวม (Social Security) นั่นเอง ทั้งนี้จะทำการเปรียบเทียบกับ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งเสมือนว่าเป็นระบบประกันสังคมของข้าราชการ (แม้ว่าผลปรโยชน์ที่ได้จะต่างกันก็ตาม)

สำหรับ กบข. นั้นเป็นกองทุนของข้าราชการซึ่งมีสมาชิกในปัจจุบันประมาณ 1.2 คน และมีเงินในกองทุนกว่า 3 แสนล้านบาท แต่ที่น่าแปลกคือทั้งที่เป็นกองทุนที่บริหารเงินของข้าราชการ แต่โครงสร้างองค์กรของ กบข. นั้นกลับมีการแยกตัวออกมาเป็นนิติบุคคลต่างหาก (ทำให้ออกมาอยู่นอกระบบราชการนั่นเอง) และมีการจ้างมืออาชีพภาคเอกชนเข้ามาบริหารงาน อีกทั้งยังมีการแถลงผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใสถึงอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน (ได้ผลตอบแทนกี่%, จากการนำไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้าง) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถหาอ่านได้ในหนังสือพิมพ์ทั่วไป ซึ่งจะมีการลงทุกครั้งหลังจากที่ กบข. มีการแถลงผลการดำเนินงาน

ในแวดวงของการเงินการลงทุนนั้น เป็นที่ยอมรับกันว่าผลตอบแทนของเงินลงทุนของ กบข. นั้นเป็นผลตอบแทนที่สูง อีกทั้งความรู้ความสามารถและและความเป็นมืออาชีพของบุคลากรของ กบข. ยังได้รับการยอมรับมากว่าบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ภาคเอกชนเสียอีก

. . . . ที่พูดมานี่เป็นเงินกองทุนของข้าราชการทั้งหลายนะครับ

มาดูที่ กปส. กันบ้าง ที่เป็นเงินของพวกเราที่เป็นลูกจ้างภาคเอกชนและพนักงานออฟฟิศทั่วไปมีสมาชิกประมาณ 9 ล้านคน และมีเงินในกองทุน 450,000 ล้านบาท แต่การบริหารจัดการกลับเป็นเรื่องคลุมเครือ เพราะว่าเงินของภาคเอกชนอย่างเราๆท่านๆกลับอยู่ภายใต้การบริหารงานของข้าราชการกระทรวงแรงงาน (แต่เงินของพวกข้าราชการกลับได้รับการบริหารโดย กบข. ซึ่งเป็นนิติบุคคลเอกชน . . . อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว)

อย่างที่ทราบกัน ปัญหาของระบบราชการแทบจะทุกที่ที่ถูกครหามากที่สุด คือ เรื่องของความโปร่งใส !

ผลการดำเนินงานและอัตราผลตอบแทนของ กปส. จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเป็นปริศนา? เงินของพวกเรากว่า สี่แสนล้านบาท กลับตรวจสอบได้ยากว่านำไปลงทุนในสินทรัพย์ใด้ยากว่านำไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนมากน้อยเพียงใด

(ทั้งที่ตัวผู้เขียนเองติดตามข่าวสารเรื่องเศรษฐกิจและการลงทุนอยู่เสมอ แต่กลับไม่รู้เลยว่าเงินของตัวเองที่จ่ายสมทบเขาไปใน กปส. ได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไร)

ข่าวของ กปส. ที่อ่านพบจากหนังสือพิมพ์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Post Today) คือเรื่องของการนำเงินของ กปส. ไปลงทุนอย่างมีเบื้องลึกเบื้องหลัง ยกตัวอย่างเช่น มีการนำเงินไปลงทุนในหุ้นสามัญของไทยธนาคาร (ซึ่งโดยส่วนตัวไม่เห็นว่าน่าลงทุนตรงไหน) จนทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 200 ล้านบาท หรือเรื่องความขัดแย้งเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงานกว่า 2,000 ล้านบาท แม้กระทั่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เคยอ่านพบว่า กปส. มีโครงการจะซื้อตึก (ที่เจ๊งแล้ว?) ของวัฏจักร

รู้อะไรไหมครับ ขณะที่ กปส. มีโครงการจะซื้อตึกวัฏจักร แต่ กบข. กลับซื้อตึกสุดหรู คือ ตึกดีทแฮล์ม ที่ถนนวิทยุ ไปเรียบร้อยแล้ว . . . สวย สง่า เชียวแหละ ในชื่อใหม่ คือ จีพีเอฟ (ชื่อย่อภาษาอังกฤษของ กบข.),วิทยุ

นี่คือความอิหลักอิเหลื่อของระบบประกันสังคมของเมืองไทย ที่เอาเงินข้าราชการไปให้เอกชนบริหาร แต่เงินเอกชนกลับเอาไปให้ข้าราชการบริหารไปเสียฉิบ!! q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
bikibi
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 17 ม.ค. 13, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้คนละเกือบแสน แต่ถ้าดิฉันจ่ายตั้งแต่อายุ 22 กว่าจะครบ 55 ก็ต้องจ่ายไป 33 ปี คิดแค่เดือนละ 600 ก็พอ รวมๆจ่ายสองแสนกว่าๆ ได้คืนแค่แสน คุ้มตรงไหนค่ะ เอาเงินที่จ่ายเดือนละ 600 มาหาหมอเองดีกว่า ปีหนึ่งดิฉัน คงไม่หาหมอเกิน 600x12=7200 บาท หรอกค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จีจ้า
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 17 ม.ค. 13, 16:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนตัวดิฉันคิดว่าคุ้มค่ะเพราะมีบุตร 2 คน เบิกค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตรที่ได้แต่ละเดือนๆละ800บาท ส่งเงินสมทบแค่ 600 บาท แถมยังจะได้เงินออมกรณีชราภาพตอนอายุครบ 55 อีกด้วย จะคิดอะไรมากมายถ้าไม่ได้ใช้กรณีเจ็บป่่วยก็ถือว่าสุขภาพดีไม่มีโรค เป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jirak
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 17 ม.ค. 13, 16:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนตัวของดิฉัน คิดว่าสิทธิประกันสังคมมีตั้ง7กรณีเงินสมทบนำส่งเดือนละ 600 บาท ได้ใช้สิทธิเบิกค่าคลอดซึ่งได้ใช้ไปแล้ว 2 ครั้งเพราะมีบุตร2คน สงเคราะห์บุตรก็ได้เดือนละ 800 บาท พออายุ55 ปี ก็จะได้รับเงินออมกรณีชราภาพจากสปส.อีก กรณีเจ็บป่วยก็ไม่ค่อยได้ใช้สิทธิเพราะไม่ค่อยเจ็บป่วย คิดอะไรมาก เป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐค่ะ q*032

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Tidapon
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 21 ม.ค. 13, 13:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดิฉันก็เป็นบุคคลหนึ่งที่อยู่ในวงโคจรของสวัสติการประกันสังคม ซึ่งอยากจะแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
มีวันหนึ่งได้ไปใช้สิทธิ์ที่โรงพยาบาลประกันสังคม ขณะที่นั่งรอการตรวจอยู่ก็ได้อ่านเจอข้อความติดไว้แทบจะตลอดทางทั่วบริเวณ โถงที่ให้บริการผู้ป่วยประกันสังคมว่า ทางโรงพยาบาลได้รับค่าหัวต่อการรักษาพยาบาลจากประกันสังคมเท่าไหร่ ซึ่งพอเห็นอย่างนั้นแล้ว ที่ว่าบางกระทู้พูดว่าการรักษาไปรักษาที่โรงพยาบาล ไม่ใช่ที่ประกันสังคม ถามว่าแล้วการตั้งเบิกค่ารักษาพยาบาลต้องไปตั้งเบิกที่ใคร ทำให้ทราบว่าเรานี่หนอจะรักษาพยาบาลทีเหมือนคนไข้อนาถา ต้องไปรอรับการรักษาแบบชนิดที่หมอก็บริการไม่มีคุณภาพ ขนาดเป็นริดสีดวงทวารชนิดที่เลือดท่วมโถชักโครก หมอบอกว่ายังไม่เห็นควรที่จะต้องผ่าตัด แต่พอถามคนไข้ข้างๆ เขาบอกว่าจ่ายเป็นการส่วนตัว เป็นหัวริดสีดวงทวารนิดเดียว ไม่มีเลือด หมอบอกว่าต้องรีบผ่าตัดด่วน คนไข้ตายไปตั้งกี่คนแล้ว ผลประโยชน์มาก่อนจรรยาบรรณ

อยากให้รัฐบาลมีทางเลือกให้กับประชาชนคนใช้สวัสดิการที่มีคุณภาพมากกว่านี้ โดยอาจจะให้พนักงานทุกคนต้องมีสวัสดิการที่ใช้ในการรักษาพยาบาล แล้วแต่จะเลือกจ่ายตามกำลังความสามารถ แต่ต้องมี เช่น ประกันชีวิตเพื่อสุขภาพ ประกันสังคม หรืออื่นๆ เพื่อให้เกิดทางเลือกและการแข่งขันกันในการให้บริการที่มีคุณภาพ อย่างน้อยเงินที่เขาเสียไปก็เกิดจากสิ่งที่เขาเลือกแล้วว่าดีที่สุดสำหรับตัวเอง
q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หมกเม็ด
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 5 ก.พ. 13, 23:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รหัส รายการ ขรก.ต้นสังกัด ประกันสังคม บัตรทอง ๓๐ บาท

5601วัสดุสิ้นเปลืองในการผ่าตัดผ่านกล้อง 5,500.0005,500.00
7004ข้อเข่าเทียมชนิดส่วนรับน้ำหนักเคลื่อนไหวได้ 75,000.00 75,000.0050,000.00
7006ข้อตะโพกมีเบ้า 65,000.0065,000.0037,000.00
7007ข้อตะโพกไม่มีเบ้า 12,000.0012,000.0010,500.00
7008ข้อตะโพกแบบมีเบ้าชนิดพิเศษเฉพาะบุคคล (Elmention) 120,000.000120,000.00
7010ข้อตะโพกไม่มีเบ้าชนิด 2 ชั้น 35,000.00035,000.00
7306หมุดสมอยึดติดกับกระดูก 5,000.000 5,000.00
7307สมอยึดกระดูกเข้ากับเนื้อเยื่อ8,000.0006,000.00
7402สารยึดกระดูกชนิดมียาปฏิชีวนะผสม 4,300.0004,300.00
7601ใบมีดตัดเนื้อเยื่ออ่อนในข้อ4,500.0004,500.00
คุณ Jinda ครับ ดูข้างบนแล้วเข้าใจไหมครับ ถึงแม้ว่าจะมีบางรายการที่ ปกสจ่ายให้ได้สูงกว่าสิทธิ30บาท แต่มีอีกหลายรายการที่สิทธิปกส ไม่สามารถจ่ายได้ สวัสดิการของรัฐทั้งขรกและสู่สาธารณะสูงกว่าปกส.ที่ให้กับผู้จ่ายเงินสม่ำเสมอมาหลายปีแล้วครับ ปกส.ยังมองไม่เห็นสิ่งที่ควรปรับอีกหรือ ผมผู้ชายครับเบิกค่าคลอดไม่ได้ ถ้าผู้หญิงมีครึ่งหนึ่งและผู้ชายมีครึ่งหนึ่งของประเทศ ท่านก็ได้ให้สวัสดิการกับคนแค่ครึ่งเดียวครับ q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อยากทราบว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 13 ก.พ. 13, 18:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำไมประกันสังคมต้องกำหนด โรงพยาบาลที่เข้า ทำไมไม่ให้เข้า โรงพยาบาลไหนก็ได้ ที่เข้าร่วมกับประกันสังคม เหมือนกับประกันชีวิต เข้าโรงพยาบาลใหนก็ได้ที่เข้าร่วมกับบริษัทประกัน เพราลำบากมากและรอนาน ถ้าหากอยูนอกพื้นที่ และเดินทางไปนอกพื้นที่หลายเดือน หากเจ็บใข้ปกติ
จ่ายเงินอย่างเดียวเพราะไม่ไช่กรณีชุกเฉิน หากจะเดินทางกลับมารักษาตาม โรงพยาบาลที่กำหนดไว้ ก็ต้องสิ้นเปลืองเพิ่มเข้าไปอีกและเสียเวลาอีกด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มนัส
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 16 ก.พ. 13, 14:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ สามารถเลือกกันเองได้ไหม?
แต่ก็ว่า กฎหมายบังคับบุคคลที่เป็นลูกจ้าง
ถ้าไม่อยากทำประกันสังคม ก็ไม่ต้องเป็นลูกจ้าง
หรือว่าอย่างไร พอจะมีทางแก้ไขปรับปรุงตามความพอใจแต่กลุ่มได้ไหม
*แตกแยกแต่ปองดองได้ และถูกต้อง*

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จีจ้า
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 18 ก.พ. 13, 15:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การประกันสังคมคือการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตในกลุ่มของสมาชิกรายได้และจ่ายเงินสมทบที่เข้าร่วมโครงการเพื่อรับผิดชอบในการเฉลี่ยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งงานประกันสังคมดำเนินการตามกฎหมาย พระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ.2533

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนป่วยบ่อย อายุ 19
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 19 ก.พ. 13, 10:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากมีประกันที่ครอบคุม เยอะๆแบบทั่วถึง แบบประกันสังคมเพราะเจ็บป่วยบ่อย ตอนนี้ใช้มาตรา40 อยู่ไม่ดีเลย ใช้ได้แต่โรงบาลของรัฐ คนเยอะมาก พยาบาล พูดจาห่วยแตก ไม่ค่อยสนใจ คนไข้ทำไมต้องแบ่งแยกด้วย ว่าต้องทำงานส่งประกัน ให้คบ 12 เดือน แล้วค่อยมาส่งประกันตนเองได้ ตอนนี้ส่งได้แค่ 9 เดือนเอง เนื่องจากได้รับอุบัติเหตุจากงาน และต้องมาผ่าตัดถุงน้ำอีก จึงไม่สามารถกลับไปทำงานตามที่อื่นๆได้ นอกจากค้าขาย ธรรมดา ตอนนี้กำลังส่งประกันสังคมมาตรา 40 อยู่ที่ใช้คู่กะ บัตรทอง ส่งเดือนล่ะร้อย ใจอยากได้มาตรา 39 มากกว่า สะดวกกว่า ส่งมากกว่าก็ยอม แบบนี้เหมือนปิดกั้นคนค้าขายอาชีพอิสระ ถ้าอยากได้ประกัน ดีๆ ต้องหาทำประกันทั่วไป เพิ่ม เนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยดี เลยไปทำงานตามสถานประกอบการอื่นๆไม่ได้ ใจอยากซื้อประกันอื่นแต่มันแพงเหลือเกิน กลัวเสียตังง่ายได้ตังยาก ประกันไม่ครอบคุม อยากได้ไรต้องเสียตังเพิ่มซื้อเพิ่ม บางประกันสำรองจ่าย บางประกัน จ่ายส่วนต่าง แบบนี้คนไม่มีตังก็ตายน่ะสิ ความจริงไม่น่าจะกำหนดเลย เรื่องระยะเวลาส่งประกัน ระหว่าง39 กะ 40 อยากเข้ารักษาโรงบาลที่สะดวกและครอบคุม บัตรประกันใบเดียวมีทุกอย่าง ไม่ต้องสำรองจ่าย ส่วนต่างก็ไม่มี มีก็ไม่มาก แค่นี้พอรู้เรื่อง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jirak
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 19 ก.พ. 13, 13:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณคนป่วยบ่อยคะ การจะสมัครประกันตนเองมาตรา39 จะต้องทำงานนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า12เดือนโดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน เช่น คุณทำงานบริษัทแรกจำนวน 5 เดือนและลาออก มาได้งานแห่งที่2 ทำอยู่4 เดือน ลาออกต่อมาได้งานแห่งที่3 ได้ประมาณอีก 4 เดือน ในกรณีนี้หากคุณลาออกสามารถมาติดต่อเพื่อสมัครประกันตนเองได้ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออก เพราะนับการนำส่งเงินในการทำงานแต่ละแห่งรวมกันได้13 เดือน อีกทั้งคุณก็อายุยังน้อยสามารถที่จะทำงานในรูปแบบบริษัทที่เข้าระบบประกันสังคมได้คะ อย่างไรก็อย่าท้อนะคะ คุณต้องอย่ากังวลหรือเครียดอาจจะทำให้ไม่ดีต่อสุขภาพได้คะ ...สู้..สู้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ความจริงกับประกันสังคม
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 21 ก.พ. 13, 13:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่เราเคยโดนแล้วค่ะ ทำงานบริษัท แต่แฟนเป็นเจ้าของบริษัท
พอคลอดลูกเอกสารแฟนเป็นคนเซ็นให้เพราะเราทำงานจริง ส่งประกันสังคมจริง แต่ไม่ได้รับเงืนคลอดบุตรค่ะ ต้องเราเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเราทำงานจริง แต่อยากจะรู้เหมือนกันว่าเวลาเก็บเงินเข้าประกันสังคมเก็บได้ไม่เป็นปัญหา แต่พอจะจ่ายมีปัญหามากต้องมาดูที่ทำงานว่ามาทำงานจริงหรือไม่ ลงเวลาทำงานหรือไม่ หน้าที่การทำงานของเรามีอะไรบ้าง คือเรามีสิทในการใช้สิทของเรา และเราก็จ่ายประกันสังคม แต่พอจะจ่ายเงินเราลำบากมาก เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจสอบก็พูดจาแย่อย่างกับเราทำอะไรผิด ทางที่ดีน่าจะไปเป็นตำรวจสืบสวนจะดีกว่า ขณะนี่ลูกได้1ขวบ 1เดือน แล้วค่ะเงินยังไม่ได้เลย อยากทราบว่าทำอะไรกันอยู่กับเรื่องจ่ายเงินจะรับกันอย่างเดียวเลยรึไง ถ้าไม่ได้ก็น่ายะแจ้งมาเลยค่ะ ถ้าสิทธิ์มีใช้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาตรวจสอบอะไรให้มากมาย น่าเบื่อกับการทำงานแบบนี้มากค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เข้าใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 5 เม.ย. 13, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในมุมกลับกัน เคยเข้าใจหัวอกพนักงานประกันสังคมกันบ้างรึป่าวค่ะ เขาก็เป็นพนักงานเหมือนกัน เงินเดือนนอ้ยกว่าเอกชนอีก ก็ต้องใช้สิทธิประกันสังคม โดนหักประกันสังคมเหมือน (อย่าคิดว่าเป็นข้าราชการทุกคนนะค่ะ) แล้วพนักงานตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอำนาจอะไรเนี๊ยะแหละที่ต้องทำรับฟังคำด่าทอ จากผุ้ที่ไม่ชอบสิทธิของประกันสังคม ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ก็เพียงแต่ทำตามขั้นตอน ตามนโยบายของรัฐที่กำหนดไว้ ส่วนสิทธิประโยชน์ ที่ได้รับ สำหรับพนักงานรายได้เยอะ หรือรายได้ปานกลางอาจจะดูไร้ค่า ไม่อยากส่ง แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน สำหรับลูกจ้างรายได้น้อย ยากจน สิทธิบางสิทธิที่เขาได้รับก็สามารถช่วยเหลือครอบครัวเขาได้นะ อยากให้ลองคิดในมุม เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข นะค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
gtsoo
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 26 ก.ค. 13, 09:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนที่ไม่รู้เรื่องก็วิจารไปต่างๆนานา ที่ว่าเงินคืนน้อยออมเองดีกว่า ผมว่าถ้าคุนออมเองได้ แค่ค่า ปกส ที่โดนหักไปมันน้อยนิดเอง ถ้าเทียบกับ การใช้จ่ายอย่างอื่น ผมว่าถ้ามากกว่านี้อีก ขนาดผมเงินเดือน 6500 บาท ผมยังไม่บ่นเลย แล้วคุนที่เงินเดือนเป็นหมื่น จะบ่นไปทำไมครับ ถ้าคุนไม่ออมกับ ปกส ผมว่าคุนก็คงออมเองไม่ได้หรอก q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อยากทราบ
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 7 ส.ค. 13, 10:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะ อยากทราบค่ะ ว่าตอนไปอบรมกับทางประกันสังคมเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากรณีที่พนักงานลาป่วยไปนาน กรณีรถล้มอะไรทำนองนี้นะค่ะ ให้ส่งประกันสังคมขั้นต่ำ 83 บาท แต่พอเวลาพนักงานไปเบิกเงินกับประกันสังคมกรณีลาป่วยเกิน 30 วันแล้ว ทางประกันสังคมแจ้งพนักงานมาว่า ให้ทางบริษัทส่งให้เต็มยอด ก็เลยงง ค่ะ รบกวนชี้แจงรายละเอียด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
บุญยพร เขียวงามดี
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 11 ก.ย. 13, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากทราบว่าทำประกันสังคม ม.39 มา 2ปีกว่าแล้วตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวไม่ได้เป็นลูกจ้างบริษัท จะได้รับสิทธิ์อย่างไรบ้างคะในการคลอดบุตร และสามารถได้รับเงินช่วงที่ทำงานส่วนตัวไม่ได้เพราะทำไม่ไหว ไม่มีรายได้ตอนช่วงตั้งครรภ์ สามารถได้รับผลประโยชน์อย่างไรบ้างคะ อยากทราบมากค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
บุญยพร เขียวงามดี
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 11 ก.ย. 13, 14:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากทราบว่าทำประกันสังคม ม.39 มา 2ปีกว่าแล้วตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวไม่ได้เป็นลูกจ้างบริษัท จะได้รับสิทธิ์อย่างไรบ้างคะในการคลอดบุตร และสามารถได้รับเงินช่วงที่ทำงานส่วนตัวไม่ได้เพราะทำไม่ไหว ไม่มีรายได้ตอนช่วงตั้งครรภ์ สามารถได้รับผลประโยชน์อย่างไรบ้างคะ อยากทราบมากค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จีจ้า
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 20 ก.ย. 13, 15:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(จนท.สปส.) กรณีคลอดบุตรการขอรับสิทธิผปต.จะต้องส่งเงินสมทบครบ7เดือนภายใน15เดือนคลอด ผปต.มีสิทธิได้รับเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายจำนวน 13,000 บาทผปต.หญิงจะได้เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอด ร้อยละ50ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน คุณสามารถฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นรพ.ตามบัตรฯ โดยคุณจะต้องจ่ายค่าคลอดไปก่อนและนำหลักฐานมาเบิกเหมาจ่าย โดยจะต้องกรอกแบบสปส.2-01 สูติบัตรต้นฉบับตัวจริงพร้อมสำเนา เอกสารดังกล่าวท่านสามารถดาวโหลดได้จาก www.sso.go.th คุณสามารถเบิกค่าคลอดได้ที่สปส.เขตพื้นที่/จังหวัดที่สะดวกยกเว้นสำนักงานใหญ่ ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
----
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 19 เม.ย. 14, 15:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่จ่ายเงินประกันสังคมค่ะ ทำงานมา 4 ปีแล้ว เงินเดือน 7800 บาท มีค่าคอมแต่ละเดือนไม่เกือบ1500 บาท หักประกันสังคม 312 บาท ช่วงที่รัฐบาลให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำ วันละ 300 บาท ทางบริษัทก็เอาเงินเดือน+ค่าคอม ให้ได้ฐานเงินเดือน 9000 บาทหักประกันสังคมเดือนละ 450 บาท ถ้าเดือนไหนเอาเงินเดือน+ค่าคอมแล้วเกิน 9000 บาท จึงจะคิดส่วนต่างเป็นค่าคอมให้ ซึ่งดิฉันเองรู้สึกว่ามันไม่คุ้มเลย ตั้งแต่ที่เรียนจบแล้วมาทำงานทางบริษัทก็หักประกันสังคมทุกเดือน ดิฉันเคยใช้สิทธิประกันสังคมไม่กี่ครั้ง เท่าที่จำได้ประมาณ 3ครั้ง คือผ่าฟันคุด 2 ครั้ง แต่ละครั้งๆละ 690 บาท เบิกได้ครั้งละ 600 บาท เวลาจะเบิกเงินคืนก็จะต้องนั่งรถไปตัวจังหวัดซึ่งห่าง ประมาณ 180 กม. จะต้องจ่ายค่ารถเอง ลางาน ค่าแรงวันนั้นก็ไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่ไปหาหมอ มีปัญหาเรื่องประจำเดือนผิดปกติ ทางโรงพยาบาลออกใบเสร็จ ให้เราสำรองจ่ายเองก่อน จำนวน 1500 บาท แล้วให้ไปเบิกคืนที่ประกันสังคม แต่พอไปขอเบิกเงินคืนทางประกันสังคมบอกว่าเบิกไม่ได้ ให้กลับไปเบิกเงินที่จ่ายคืน ที่รพ.ที่รักษา ส่วนค่ารักษาทางรพ.กับประกันสังคมจะดำเนินการกันเอง ถ้าเป็นแบบนี้รู้สึกแย่มาก ประกันสังคมก็ต้องจ่ายทุกเดือน แถมยังต้องมาเสียทั้งเงินค่ารถและค่าแรงที่ลางานไป ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นๆ คงไม่ได้ใช้ ต้องรออีกนาน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ประกันสังคม  จ่ายประกันสังคม  เงินประกันสังคม พนักงานบริษัท 

หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม